Tuesday, March 2, 2010

THE STORY OF OMEGA SPEEDMASTER PROFESSIONAL

มีนาฬิกาหลายเรือนครับที่มีความคลาสสิคและเรื่องราวในตัวของมันเองจนจัดได้ว่านาฬิกาเรือนนั้นกลายเป็นนาฬิกาในตำนาน ความคลาสสิคเกิดจาก การผสมผสานของ ดีไซน์ ความสวยงาม ประวัติความเป็นมาของผู้ผลิต ประโยชน์ใช้สอย ตำนานเรื่องราวว่ามันถูกนำไปใช้อย่างไร หนึ่งในนาฬิกาที่โด่งดังและจัดว่าเป็นตำนานที่น่าสนใจเรือนหนึ่งก็คือ Omega Speedmaster Professional ที่พวกเราเห็นกันบ่อยๆนั่นเอง

Omega Speedmaster มีประวัติความเป็นมายาวนานพอดู รุ่นแรกที่ผลิตออกมาคือรุ่น CK2915 ในปี 1957 หายากมากๆขนาดรูปนาฬิการุ่นนี้สภาพสวยๆยังหาดูยากเลย Omega ก็ได้ผลิต speedmaster ออกมาเรื่อยๆจนถึงวันหนึ่งในช่วงต้นทศวรรษ 60 ในเวลานั้น NASA กำลังดำเนินโครงการอวกาศ MERCURY หรือส่งมนุษย์คนเดียวออกไปโคจรรอบโลกดู และก็กำลังจะเริ่มต้นโครงการ GEMINI หรือการส่งคนหนึ่งคู่ ออกไปโคจรรอบโลกดูเล่นๆ

อันโครงการ Mercury ที่ NASA กำลังดำเนินอยู่นั้นเป็นการปฏิบัติภาระกิจภายในยาน โดยนักบินก็นั่งยานเฉยๆแล้วก็ถูกส่งไปโคจรรอบโลก ส่วน ภารกิจ Gemini นั้น จะมีการส่งคนออกไปนอกยานเพื่อลอยไปลอยมา และทำการทดลองต่างๆ ดังนั้น NASA จึงเกิดความต้องการที่จะจัดหานาฬิกาเพื่อใช้ในโครงการอวกาศต่างๆต่อไป โดยนาฬิกาที่ว่าจะต้องมีระบบจับเวลาเพื่อถูกใช้สำรองในกรณีที่ระบบเวลาหลักล้มเหลว นาฬิกาที่ว่าจะต้องทนต่อทุกสภาวะ ทั้งความกดดันอากาศ สภาพสูญญากาศ อุณหภูมืที่เปลี่ยนแปลงจากติดลบไปเป็นร้อยองศาเพียงเคลื่อนข้ามจากใต้เงาไปสู่แสงแดด ดังนั้นในปี 1962 NASA จึงได้ส่งพนักงานจัดซื้อของตนออกไปหาซื้อนาฬิกาจับเวลามาอย่างละเรือนสองเรือนเพื่อใช้ในการทดสอบแบบไม่เป็นทางการ การจัดหาก็ทำอย่างง่ายๆ คือให้เจ้าหน้าที่ของตนไปที่ร้านขายนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองที่สำนักงานใหญ่ของตนตั้งอยู่ก็คือ Houstan รัฐ Texas ห้างดังกล่าวชื่อ Corrigan ซึ่งในปัจจุบันร้านนี้ก็ยังคงเป็นตัวแทนจำหน่ายของ Omega อยู่ ตามตำราต่างๆที่ผมดูมา พอจะสรุปได้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ซื้อนาฬิกามาห้ายี่ห้อ ได้แก่ Omega Speedmaster, Rolex cosmograph, Bulova, Longines, Heuer ลองนึกภาพตลาดนาฬิกาในสมัยปี 1960 หรือราวๆ 2503 บ้านเรา นาฬิกา Quartz ยังไม่เกิด ส่วนนาฬิกา Automatic Chronograph เรือนแรกก็ถือกำเนิดราวๆปี 1969 เพราะฉะนั้นนาฬิกาที่มีให้เลือกคงยังมีแต่นาฬิกาไขลาน และคงมีไม่กี่ยี่ห้อ ที่ทำนาฬิกาแบบจับเวลาออกมาขาย

หลังจากซื้อมาแล้ว Nasa ก็ได้วิเคราะห์นาฬิกาต่างๆและนำมาลองใช้ในโครงการ Mercury จนได้ไอเดียคร่าวๆแล้ว ในปี 1964 Nasa จึงกำหนดข้อต้องการในการจัดซื้อนาฬิกาต่างๆมาทดสอบเพื่อทำการใช้ในโครงการอวกาศ Gemini และ Apollo ใบขอสั่งซื้อได้ถูกส่งไปยังบริษัทต่างๆเช่น Elgin, Benrus, Hamilton, Mido, Luchin Picard, Omega, Bulova, Rolex, Longines, Gruen โดยมีข้อกำหนดดังต่อไปนี้

1. ให้ส่งมอบไม่เกินวันที่ 21/10/1964

2. ต้องเดินผิดพลาดไม่เกิน 5 วินาทีต่อ 24 ชั้วโมง จะยิ่งดีถ้าเดินผิดพลาดไม่เกิน 2 วินาทีต่อวัน

3. ต้องกันแรงดันได้ตั้งแต่ แรงดันน้ำที่ 50 ฟุต จนถึงสุญญากาศที่ 10^ -5 มม ปรอท

4. หน้าปัดต้องอ่านง่ายในทุกสภาวะ โดยเฉพาะภายใต้แหล่งกำเนิดแสงที่เป็นสีแดงหรือขาว อย่างต่ำๆต้องมองเห็นภายใต้แสงเทียนที่ระยะ 5 ฟุต ในสภาวะแสงจ้าหน้าปัดไม่ควรไม่มีแสงสะท้อน ถ้าจะให้ยิ่งดีหน้าปัดควรมีสีดำ

5. หน้าปัดต้องแสดง วินาที 60 วินาที วงนาที 30 นาที และวงชั่วโมง 12 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น

6. นาฬิกาต้องกันน้ำ กันกระแทก กันแม่เหล็ก กระจกหน้าปัดต้องต้องไม่คมและไม่กระจายเป็นเศษๆเวลาแตก

7. นาฬิกาที่จัดหาจะเป็นไขลาน ออโต หรือใช้ระบบไฟฟ้าก็ได้ แต่ต้องเอามือหมุนขึ้นลานได้

8. นาฬิกานี้บริษัทที่จำหน่ายต้องมีรับประกันเป็นเวลาอย่างต่ำ 1 ปี

จากเสป็คจะเห็นได้ว่า Nasa อาจได้ลองใช้นาฬิกาหลายๆยี่ห้อแล้วติดใจใน Omega เพราะเสป็คที่ออกมาเข้ากับ Omega ทุกอย่าง ในขณะนั้นยังไม่มีนาฬิกาจับเวลาแบบ auto หรือใช้ไฟฟ้าออกมา และบางบริษัทก็ได้ปฎิเสธที่จะส่งนาฬิกาให้เนื่องจากว่าตนไม่ได้ผลิตนาฬิกาที่ตรงกับข้อกำหนดดังกล่าว การทดสอบที่ Nasa จัดขึ้นมาก็แบ่งเป็นชุดๆ หลายๆขั้นตอน แบบว่าหฤโหดมาก พอสิ้นสุดการทดสอบแต่ละครั้ง นาฬิกาแต่ละเรือนก็จะถูกเช็คอย่างละเอียด ถ้าเดินไม่ตรงมากๆ ไขลานไม่ได้ จับเวลาไม่ได้ น้ำเข้า หรือชิ้นส่วนพัง ก็จะถูกคัดออกจากการทดสอบ

การทดสอบหฤโหด ได้แบ่งเป็นช่วงๆดังนี้ ระหว่างการทดสอบในแต่ละช่วง นาฬิกาก็จะถูกตรวจว่ายังทำงานปกติหรือไม่

1. เข้าห้องอบที่อุณหภูมิ 71 C 48 ชั่วโมง แล้วต่อด้วย 93 C 30 นาที ปรับความดันไว้ที่ 0.35 ATM ความชื้น 15%

2. อุณหภูมิ -18 C 4 ชั่วโมง

3. ที่สุญญากาศ 10^ -6 ATM เข้าห้องอบลดอุณหภูมิจาก 71 C ลงมาที่ -18 C ในเวลา 45 นาที และเพิ่มกลับไปที่ 71 C ในอีก 45 นาที ทำแบบนี้วนไปวนมา 15 รอบ

4. เข้าตู้อบความชื้นสูง 95% เป็นเวลา 240 ชั่วโมง อุณหภูมิในห้องทดสอบเปลี่ยนไปมาระหว่าง 20 - 71C ไอน้ำไม่เป็นกรดหรือด่าง

5. เข้าห้องอบ Oxygen 100% ที่แรงดัน 0.55 ATM เป็นเวลา 48 ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 71 C ถ้ามีรอยใหม้ เกิดแก๊สพิษลอยออกมา หรือยางเสื่อมสภาพถือว่าสอบไม่ผ่าน

6. โดนแรงเหวี่ยง 40G (ความเร่ง) ครั้งละ 11 Millisecond หกทิศทาง (คล้ายๆกับเหวี่ยงนาฬิกาแรงๆมากๆ เร็วมากๆ)

7. ความเร่งจาก 1G ไป 7.25G ในเวลา 333 วินาที (ลักษณะคล้ายๆยิงจรวดขึ้นฟ้า)

8. เข้าห้องสุญญากาศแรงดัน 10^ -6 ATM อีก 90 นาทีที่ 71 C และอีก 30 นาทีที่ 93 C

9. แรงดันอากาศสูง 1.6 ATM เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

10. เข้าเครื่องเขย่า 30 นาที ที่ความถี่เปลี่ยนไปมาระหว่าง 5 - 2000 รอบต่อวินาที และที่ 5 รอบต่อวินาทีต่ออีก 15 วินาที แรงเขย่าอย่างต่ำๆ 8.8 G (เหมือนเขย่าแรงๆช้ามั่ง เร็วมั่ง)

11. โดนยิงคลื่นเสียงที่ดัง 130 dB เป็นเวลา 30 นาที โดยใช้เสียงทุกช่วงความถี่ที่คนได้ยิน

ที่มา: www.siamnaliga.com

ตัวอย่างของ Omega Speedmaster Reduced

thumb-IMG_0754.jpg

9 comments:

  1. Always be acquainted of replica Chanel handbags
    , and assay that Chanel handbag
    has a absorption card. The identification bulk on the calendar is reproduced anxiously axial the Chanel
    .

    ReplyDelete
  2. Every hermes bag
    is a section of art that is handcrafted appropriate from the time of acid the leather and even bond up the hermes wallets
    . With so abundant of account accustomed to one hermes constance
    you are abiding to get the best.

    ReplyDelete
  3. For those that wish to acquirement a hermes
    , it can be rather difficult. If you aren’t a affiliate of the rich, the famous,a appropriate handbag hermes
    . One nice allotment is that they agreement the actuality of the handbags hermes
    .

    ReplyDelete
  4. http://blogtext.org/lovuitonbag/
    http://www.blurty.com/users/123bags
    http://www.blurty.com/users/123louis
    http://www.blurty.com/users/bags0101
    http://www.blurty.com/users/vuttionbags

    ReplyDelete
  5. However, ugg boots which owns a array of acclaimed designers, not abandoned delights women by contemporary styles, but aswell by absolute abundance and practicality.Sheepskin ugg is absolutely crafted from wool. Many times, uggs are befuddled abroad because they get adulterated or channelled afterwards getting beat for one season, instead of acceptable out of date. There are lots of styles in the accumulating of affidavit ugg sundance , accoutrement tall, abbreviate and abate versions. Due to adaptable sheepskin, these ugg sundance boots do not get channelled or torn even admitting you bend and extend them times.

    ReplyDelete